รู้ไว้ซะกับการถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง

เนื่องจากภาพพรีเวดดิ้งค่อนข้างเป็นการถ่ายภาพที่สำคัญ ดังนั้น ว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวหลายต่อหลายคนก็เลยคิดหาหนทาง และศึกษาข้อมูลต่าง ๆ อย่างละเอียด เพื่อให้ภาพพรีเวดดิ้งออกมาสวยงามได้ดั่งใจต้องการมากที่สุด ซึ่งความจริงแล้วการถ่ายภาพพรีเวดดิ้งก็เหมือนกับการถ่ายภาพทั่วไป ที่มีเรื่องที่ควรทำและไม่ควรทำแค่เพียง 7 ข้อเท่านั้น

1. ควรสวมชุดที่เหมาะสม ตอนนี้คุณอาจจะมีรูปแบบเสื้อผ้ามากมายติดอยู่ในความคิด แต่ก่อนที่จะถึงการตัดสินใจครั้งสุดท้าย ควรจะนึกเอาไว้เสมอว่าภาพพรีเวดดิ้งเหล่านั้นอาจจะมีพ่อแม่ ญาติพี่น้อง เพื่อน ๆ รวมไปถึงลูก ๆ ในอนาคตของพวกคุณเข้ามาขอดู ฉะนั้น จึงควรเลือกชุดที่ดูเหมาะสมกับสถานที่และบรรยากาศรอบตัว ไม่ดูหวือหวาหรือเซ็กซี่จนเกินไป

2. อย่ากลัวที่จะแสดงความโรแมนติก การโพสต์ท่าตลก ๆ อาจดูเป็นความคิดที่ดี แต่อาจจะไม่ใช่รูปคู่ที่คุณต้องการเก็บเอาไว้ดูในระยะยาวอย่างแน่นอน คงจะดี กว่าหากพวกคุณใช้ช่วงเวลานี้แสดงความรักที่พวกคุณมีต่อกันให้เต็มที่ จะได้มีภาพสวย ๆ เก็บเอาไว้เป็นที่ระลึก อย่างเช่น สบสายตา หรือเดินจูงมือ แล้วหัวเราะให้กับวันแห่งความสุขที่กำลังจะมาถึงในเร็ววันนี้

3. ทำให้เรียบง่ายมากที่สุด คุณไม่จำเป็นต้องคิดมากเลยเกี่ยวกับการถ่ายภาพเวดดิ้ง เพราะบรรยากาศของสถานที่ที่พวกคุณใช้ถ่ายภาพ จะช่วยดึงความเป็นธรรมชาติของพวกคุณออกมาเอง ซึ่งสิ่งที่พวกคุณต้องทำนอกจากการเลือกเสื้อผ้า ก็คือ การผ่อนคลายทำจิตใจให้สบาย สนุกสนานไปกับการถ่ายภาพ และไม่กังวลเรื่องการโพสต์ท่าจนมากเกินไปนัก

4. ไม่ควรใช้แบล็คกราวน์ที่มีรายละเอียดเยอะจนเกินไปคุณสามารถเลือกใช้แบ็คกราวนด์ที่มาจากธรรมชาติหรือเกิดจากการตัดต่อก็ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแบล็คกราวน์ที่เลือกมาใช้ไม่ควรที่จะมีรายละเอียดมากจนเกินไป เพราะนอกจากจะทำให้รูปของพวกคุณดูยุ่งเหยิงแล้ว บางครั้งรายละเอียดเหล่านั้นยังโดดเด่นและดึงดูดความสนใจไปจนหมดเลยก็เป็นได้ ฉะนั้น หากเป็นไปได้ควรเลือกแบล็คกราวน์แบบเรียบ ๆ เอาไว้ก่อนดีกว่า

5. ครีเอทพร็อพเพื่อความแตกต่าง ถ้าคุณต้องการภาพพรีเวดดิ้งที่มีเอกลักษณ์ ก็ควรคิดถึงไอเดียสำหรับถ่ายภาพพรีเวดดิ้งให้ฉีกแนวออกไป อย่างเช่น หากคุณไม่สามารถเลือกสถานที่ที่แตกต่างได้ ก็ทำพร็อพเสริมเข้ามาช่วยถ่ายภาพแทน โดยการพร็อพที่ดีนั้นควรเป็นพร็อพที่เกี่ยวกับความรัก ธีมวันแต่งงาน หรือความชอบส่วนตัวของพวกคุณ ได้แก่ เครื่องดนตรี จักรยาน หรือรูปภาพ เป็นต้น

6. อย่ากลัวภาพที่คุณไม่ได้ตั้งใจถ่าย หลายคนมักจะคิดอยู่เสมอว่าภาพที่ดีควรเป็นภาพที่พวกคุณตั้งใจโพสต์และผ่านการจัดท่าทางมาแล้วอย่างดี จนทำให้คิดอยู่เสมอว่าภาพที่เผลอหรือภาพที่ถ่ายออกมาแบบไม่ได้ตั้งใจจะออกมาดูไม่ดี ซึ่งความจริงแล้วภาพต่าง ๆ เหล่านั้นไม่ได้แย่เสมอไป แถมบางภาพอาจจะดูสวยงามกว่าภาพที่พวกคุณตั้งใจโพสต์ด้วยซ้ำ ฉะนั้น อย่ากลัวว่าพวกคุณจะดูไม่ดี แต่ถ่ายภาพโดยปล่อยไปตามอารมณ์ก็พอ

7. สนุกสนานไปกับการถ่ายภาพ การถ่ายภาพพรีเวดดิ้งจะสนุกสนานหรือเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับพวกคุณเอง โดยสิ่งเหล่านี้สามารถรับรู้ได้จากสายตา สีหน้า และการกระทำ ดังนั้น หากพวกคุณต้องการให้ภาพดูสนุกสนานมีชีวิตชีวา ก็ควรเก็บเกี่ยวช่วงเวลานี้ให้เต็มที่ ส่วนคนที่อยากให้ภาพดูดีโรแมนติก ก็อาจจะลองทำตาหวานหรือแสดงความรักให้กันและกันบ้างก็ได้

นอกจากนี้ อีกหนึ่งเคล็ดลับของการถ่ายภาพพรีเวดดิ้งให้สวยงาม ก็คือ การปรากฏของรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ เพราะจะช่วยขับไล่ความเครียด ความกดดัน ความรู้สึกตื่นเต้น ตกใจกลัว ให้ออกไปจนหมดสิ้น อ๊ะ ๆ แต่ก่อนถึงเวลาสำคัญก็ควรจะดูแลบำรุงร่างกายทั้งภายนอกภายในเอาไว้ให้ดี ภาพที่ออกมาจะได้มีความสวยงามมากยิ่งขึ้น

สินสอดทองหมั้นในงานแต่งงานตามประเพณีไทย

ตามประเพณีไทยนั้น สินสอดเกิดขึ้นจากกุศโลบายของคนเฒ่าคนแก่ในสมัยโบราณ เนื่องจากแต่เดิมนั้นฝ่ายหญิงและฝ่ายชายไม่มีโอกาสได้พบเจอกันมากนักการแต่งงานในสมัยก่อนมักจะเกิดจากการคลุมถุงชนเป็นหลัก ดังนั้นเพื่อเป็นหลักประกันไม่ให้ว่าที่เจ้าสาวเป็นหม้ายขันหมาก จึงมีการเรียกสินสอดทองหมั้น เป็นการป้องกันไม่ให้ฝ่ายชายทอดทิ้งการแต่งงาน การเรียกค่าสินสอดเกิดขึ้นหลังจากที่มีการทาบทามตกลงสู่ขอกันเรียบร้อยแล้วทางส่วนมากทางผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงจะมีการบอกกล่าวว่า ขอเรียกค่าสินสอดตามความเหมาะสมในความหมายของคำว่าตามความเหมาะสมทางผู้ใหญ่ที่เป็นฝ่ายเจ้าบ่าวจะเข้าใจได้เองว่าควรเป็นเงินเท่าไหร่ และที่สำคัญเรื่องเงินสินสอดควรจะจบลงเมื่อมีการเปิดพานขันหมากในการสู่ขอกันแล้ว

การหมั้นที่สมบูรณ์ย่อมนำไปสู่การสมรส

แต่ในกรณีที่การสมรสไม่เกิดขึ้นไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไรจะบังคับให้มีการสมรสไม่ได้ ซึ่งกรณีนี้เป็นสิ่งที่การหมั้นหรือสัญญาหมั้นแต่ต่างจากสัญญาอื่นๆซึ่งสามารถบังคับให้ปฏิบัติตามสัญญาได้ แม้ว่าจะไม่สามารถบังคับให้สมรสไม่ได้ แต่ยังมีผลต่อของหมั้นซึ่งฝ่ายชายได้ให้แก่หญิงคู่หมั้นด้วยว่าหญิงนั้นจะต้องคืนของหมั้นให้แก่ชายหรือไม่

สินสอด คือทรัพย์ที่ฝ่ายชายมอบให้แก่พ่อแม่ฝ่ายหญิงเพื่อตอบแทนการที่หญิงยอมสมรสด้วยซึ่งสินสอดนั้นอาจจะส่งมอบกันในวันสมรสหรือไม่ก็ได้ในการนี้ความสมบูรณ์ในการที่จะถือเป็นสินสอดอยู่ที่การส่งมอบแต่อย่างไรนั้นทั้งสองฝ่ายก็ต้องมีเจตนาที่จะให้ทรัพย์นั้นเป็นสินสอดด้วยซึ่งในกรณีที่ว่ามานี้เห็นได้ชัดว่าไม่มีเจตนาที่จะให้เป็นสินสอดกันจริงจึงเท่ากับสิ่งที่ได้กระทำไปนั้นเป็นนิติกรรมลวงไม่มีผลผูกพันคู่สัญญาจึงทำให้ไม่ถือว่าเป็นสินสมรสซึ่งสามารถเรียกคืนได้แต่ในกรณีที่ว่ามานี้ก็อาจมีปัญหาในการพิสูจน์ว่าคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมีเจตนาเช่นนั้นจริง

โดยปกติการแต่งงานลูกสาวมักถือเป็นงานออกหน้าออกตาใหญ่โต ทางฝ่ายหญิงจึงพยายามเรียกร้องกันมากๆ คือเรียกของหมั้นที่มีราคาแพง ซึ่งเดิมทีการหมั้นมักจะเรียกเป็นทองคำ และการเรียกเป็นน้ำหนัก จนเป็นศัพท์ติดปากมาจนกระทั่งบัดนี้ว่า ทองหมั้น และประเพณีโบราณถือเป็นของเจ้าสาวที่จะนำไปเป็นเครื่องแต่งตัว เพื่อเป็นทรัพย์สมบัติติดตัวในเวลาแต่งงาน นอกจากนี้ยังมีการกำหนดเงินสินสอดและผ้าไหว้อีกด้วย ส่วนที่เรียกว่าสินสอด ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของพ่อแม่ ถือกันว่าเป็นค่าเลี้ยงดูหรือค่าน้ำนม

ความเป็นจริงแล้วในชีวิตแต่งงานเป็นการสร้างความสัมพันธภาพที่มีความลึกซึ้ง

12

เรื่องของการแต่งงาน ชีวิตของการแต่งงานเป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่อชีวิตของคนเรามากทีเดียว การที่เราตัดสินใจแต่งงาน ก็ถือว่ามีการตัดสินใจที่มีความสำคัญต่อชีวิตของเราเอง หลายท่านที่อยู่ในวัยหนุ่มสาวบางครั้งอาจจะไม่ได้มองตรงนี้อย่างลึกซึ้ง เพราะอยู่ในอารมณ์ของความรัก ก็อาจจะรู้สึกว่าอยากมาใช้ชีวิตร่วมกัน บางทีก็มีการตัดสินใจค่อนข้างเร็ว หรือบางครั้งอาจมีเหตุจำเป็นหลายอย่างทำให้หลายคนกระโดดเข้าสู่ชีวิตแต่งงานโดยไม่มีการเตรียมความพร้อมก่อน

จริงๆ แล้วแม้ว่าเราจะรักกันขนาดไหนก็ตามที แต่การมาใช้ชีวิตร่วมกันก็เป็นเรื่องสำคัญในหลายท่าน อาจจะมีประสบการณ์ว่า เวลาที่ชีวิตแต่งงานมีปัญหาแล้วมันส่งผลกระทบในส่วนอื่นๆ เกือบทั้งหมดทีเดียว เช่น บางคนไม่มีความสุขในการทำงานเลย ไปทำงานก็มีความหงุดหงิด เครียด เพราะว่าชีวิตแต่งงานนั้นมีปัญหา รบกวนชีวิตการทำงานด้วย เพราะเกิดการทะเลาะกัน เกิดการต่อว่ากัน บางทีไปทะเลาะกันที่ทำงานหรือสร้างปัญหาให้อีกมากมายทีเดียว หรือถ้ามีลูกจะพบว่าถ้าชีวิตแต่งงานไม่ค่อยมีความสุขนัก การเลี้ยงดูลูกหรือการทำบทบาทพ่อแม่ก็มักจะเสียไปด้วย

หลายๆ ท่านอาจจะคิดในปัจจุบัน แต่มีความเชื่อว่าหากอยู่ไม่ได้ก็แยกทางกัน ตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่เปลี่ยนไปในสังคม เมื่อก่อนนี้ก็ดูเหมือนว่าความพยายามจะรักษาชีวิตแต่งงานค่อนข้างมาก ในปัจจุบันทั้งผู้หญิงและชายต่างก็จะสามารถดูแลตนเองได้ก็เกิดความรู้สึกว่า หากอยู่ไม่ได้ก็แยกทางกันไปก็อาจจะทำให้ หลายคนเข้าสู่ชีวิตแต่งงานค่อนข้างเร็ว โดยตั้งแต่เริ่มต้นเข้าชีวิตแต่งงานก็คิดกันเองแล้วว่าถ้าอยู่กันไม่ได้ก็ต่างคนต่างไปก็แล้วกันตรงนี้ก็ทำให้ชีวิตแต่งงานนั้นเปราะบางขึ้น

แต่ความเป็นจริงแล้วในชีวิตแต่งงานเป็นการสร้างความสัมพันธภาพที่มีความลึกซึ้งมาก แล้วจริงๆ ในชีวิตของมนุษย์ โดยพื้นฐานเราก็ต้องการการอยู่ร่วมกัน หรือมีชีวิตที่เป็นคู่ เพราะฉะนั้นก็ไม่ได้แปลว่าจะบังคับให้คู่แต่งงานทุกคู่ต้องทนอยู่ไปด้วยกัน แต่หากให้เห็นความสำคัญว่าการพยายามประคับประคองชีวิตแต่งงานเอาไว้ก็เป็นเรื่องที่สำคัญเรื่องหนึ่งสำหรับชีวิตของเรา ในกรณีที่เราจะเลือกใครมาแต่งงานด้วยก็คงจะพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว เน้นคนที่เราต้องการใช้ชีวิตร่วมกันอย่างจริงจัง มีปัจจัยพื้นฐานหลายอย่างทีเดียวที่จะช่วยประคับประคองชีวิตแต่งานเอาไว้ได้

การเลือกของชำร่วยแสนพิเศษเพื่องานแต่งงาน

ของชำร่วย เป็นเสมือนของขวัญแทนใจจากคู่บ่าว-สาว

เป็นของระลึกแทนคำขอบคุณสำหรับแขกที่มาร่วมงาน ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าบ่าว-สาว ควรเลือกสรรอย่างพิถีพิถันเพราะจะเป็นบ่งบอกความเป็นตัวเองของคู่-บ่าวสาวด้วยเช่นกัน ทั้งนี้มีหลักในการเลือกของชำร่วย ควรเลือกให้เข้ากับ Theme งานของคุณ โดยอาจพิจารณาจากโทนสี หรือสไตล์ เช่น เป็นงาน Indoor ในโรงแรมหรู หรือ Outdoor ที่สนามหญ้าหรือชายหาด เป็นต้น การค้นหาสไตล์ที่ชอบโดยดูข้อมูลคร่าวๆ ผ่านเว็ปไซต์ หรืออาจสอบถามข้อมูลเบื้องต้นจากญาติๆหรือเพื่อนสนิทที่เคยผ่านประสบการณ์มาแล้ว

การเลือกโดยขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง แต่สิ่งที่นิยมใช้เป็นที่ตั้งในการเลือกของชำร่วย การพิจารณาจากงบประมาณที่วางไว้ โดยเปรียบเทียบราคาสินค้าแต่ละร้าน ถ้าต้องการสั่งทำเป็นกรณีพิเศษ ทั้งนี้หากต้องการประหยัดงบประมาณ ราคาไม่เกิน 10 บาท/ชิ้น ยกเว้นในกรณีที่อาจจะมีแขกพิเศษ ที่เป็นผู้ใหญ่มาร่วมงานด้วยก็อาจจะสั่งทำเป็นพิเศษเฉพาะแขกพิเศษท่านนั้นก็เป็นได้ เนื่องจากการสั่งทำของชำร่วยอาจคำนวณเพิ่มจากจำนวนการ์ดที่ สั่งพิมพ์ ประมาณ 5-10% เพราะในกรณีที่ของชำร่วยสวยถูกใจมากเป็นพิเศษ แขกบางคนที่ค่อนข้างสนิทสนมกัน อาจขอเพิ่มอีกได้

คู่บ่าว-สาวหลายคู่มักเลือกเป็นของชำร่วยที่คิดว่าผู้รับจะสามารถนำไปใช้ ประโยชน์ได้

เช่น สมุดโน้ตเล่มเล็ก หรือพัดฉลูลวดลายเก๋ส่วนที่ได้รับความนิยมเสมอมาก็คือ กระปุกเกลือกพริกไทยที่เป็นตุ๊กตาเซรามิกคู่ ไม่ว่าจะเป็นคู่คน คู่สัตว์ คู่ดอกไม้ คู่สี่เหลี่ยม วงกลม หรืออีกหลากหลายรูปแบบเพราะดูน่ารักสีสันสดใสความหมายดีเพราะมาเป็นคู่รวม ทั้งสามารถนำไปใช้ได้จริง เพราะการเลือกซื้อของชำร่วยลองไปเลือกหาชิ้นที่ถูกใจที่นิยมในปัจจุบันคือเลือกหาสินค้าทางอินเทอร์เนต ทำให้เราไม่เสียเวลาในการเลือกสินค้าและตระเวนไปในหลายๆที่ และยังมีของชำร่วยแบบใหม่ๆมาให้เลือกอยู่เสมอ

หากว่าคู่บ่าว-สาวมีเวลามากพอก็สามารถลงมือประดิษฐ์ของชำร่วยขึ้นเอง เพราะของชำร่วยสวยเก๋ที่ไม่ซับซ้อนและใช้เวลาทำไม่มากนักมีอยู่หลายชนิด อย่างสบู่ หรือเทียนหอม หรือบุหงาแห้ง นำมาบรรจุกล่องหรือถุงผ้าอาจลองดูรูปแบบหาไอเดียเพิ่มเติมจากแมกกาซีนหรือ หนังสือที่นำเสนอไอเดียงานประดิษฐ์สวยๆ ก็จะได้ของชำร่วยที่ดูดีไม่แพ้ใครเช่นกัน รวมทั้งหากจัดการดีๆ ยังประหยัดค่าของชำร่วยลงไปได้อีกด้วย เพราะของชำร่วยที่สวยงามไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไปอย่างต้นไม้รูปหัวใจผูกโบน่ารักที่เหมาะกับงานแต่งงานในสวนหรือถ้ามีฝีมือในการทำขนมอาจทำขนมเล็กๆน้อยๆ ใส่โหลผูกโบแจกรวมทั้งแนบสูตรขนมสุดพิเศษนี้ติดไปด้วยก็ดูจะไม่ซ้ำแบบใคร

ชีวิตหลังการแต่งงานของคุณเป็นแบบไหน

การที่คนสองคนมาใช้ชีวิตร่วมกันนั้นมิใช่เป็นเรื่องง่าย

เพราะแม้การอยู่เป็นโสดคนเดียวโดยไม่ต้องพยายามเอาใจใคร หรือไม่มีใครมาทำอะไรให้ขัดใจ คนเราก็ยังอดทะเลาะกับตัวเองไม่ได้ ตราบใดที่คนเรายังมีกิเลสอยู่ ตราบนั้นก็ยังต้องทะเลาะกับกิเลสของตนเองที่มากับความคิดและความรู้สึกต่างๆจนทำให้ไม่สบายใจ รำคาญใจ คับแค้นใจ ซึ่งถ้าเป็นโสดก็สามารถทำอะไรตามใจตัวเองหรือตามใจกิเลสได้บ้าง การใช้ชีวิตคู่หมายความว่านอกจากต้องทะเลาะกับกิเลสตัวเองแล้วยังต้องทะเลาะกับกิเลสของคู่ชีวิตด้วยซึ่งต้องยากมากขึ้นเป็นธรรมดา ฉะนั้นการมาใช้ชีวิตร่วมกับคนอีกคนหนึ่งในฐานะสามีภรรยากันย่อมเป็นเรื่องที่ซับซ้อนมากขึ้น จำเป็นต้องมีการปรับตัว การประนีประนอม อดทน และเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้น

ความรู้สึกของคนส่วนใหญ่มักจะสลับสับเปลี่ยนกันอยู่เสมอ

อย่างเช่น คนโสดต้องการใครสักคนมาเติมเต็มชีวิตให้สมบูรณ์ด้วยการสร้างครอบครัว ในทางกลับกันคนที่แต่งงานไปแล้วก็อยากจะกลับมาอยู่คนเดียวอีกครั้ง แถมบางคนยังออกอาการเข็ดขยาดชีวิตคู่ด้วย ทำเอาคนโสดงงไปตามๆกันและเกิดอาการสงสัยขึ้นมาทันทีว่า จริงๆแล้วการแต่งงานจะช่วยให้ชีวิตของเรามีความสุขจริงหรือไม่ โดยก่อนที่จะมีงานแต่งงานสวยๆเกิดขึ้นมาได้ คู่บ่าวสาวต้องผ่านขั้นตอนมากมาย ตั้งแต่หาฤกษ์แต่งงาน สถานที่ ชุดแต่งงาน และอื่นๆโดยส่วนใหญ่ใช้เวลานานเป็นปีไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืนเหมือนในละคร แถมยังมีค่าใช้จ่ายตรงส่วนนี้ค่อนข้างมากพอสมควร

หลังจากผ่านพ้นวันแต่งงานไปจะต้องทุ่มเทเวลาให้กับคู่แต่งงานมากขึ้น เวลาหลังเลิกงานก็ต้องรีบกลับไปดูแล ทำกับข้าว และทำความสะอาดบ้าน ทำให้เวลาที่จะได้พบปะพูดคุยกับคนอื่นๆน้อยลง ดังนั้นก่อนที่จะเข้าไปอยู่ในวงจรชีวิตแบบนั้นควรใช้เวลากับครอบครัวหรือเพื่อนๆให้เต็มที่ ทั้งกินข้าว ช้อปปิ้ง เฮฮาสังสรรค์ก่อนที่จะไม่ได้ทำอีกเลย ชีวิตหลังการแต่งงานไม่ได้สวยหรูหรือมีความสุขอย่างที่คนโสดคิดเสมอไป เพราะพวกเขาก็ต้องเจอกับเรื่องราวและปัญหาต่างๆมากมายเข้ามาเช่นเดียวกัน ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจเริ่มต้นชีวิตคู่กับใครควรคิดพิจารณาให้รอบคอบ ไม่ควรเอาอารมณ์ตัวเองเป็นที่ตั้ง เพราะอาจทำให้เสียใจไปตลอดชีวิตก็ได้ หากพบว่าต่างฝ่ายต่างไม่ใช่คนของกันและกัน

ผู้หญิงหลายคนมักจะคิดว่าหลังจากแต่งงานกันไปแล้ว ฝ่ายชายจะกลายเป็นลูกไก่ในกำมือ ความคาดหวังอันยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตที่พวกเธอคิดว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงตัวตนของฝ่ายชายได้อย่างง่ายดายนั้นก็บังเกิดขึ้นในหัวสมอง แต่หารู้ไม่ว่ามันน่าจะเป็นเรื่องยากที่สุดแล้วกระมังที่หนุ่มลั้ลลาอย่างเราๆ จะกลายสภาพไปเป็นแมวน้อยตัวเล็กๆที่เชื่องอยู่ตลอดเวลา และพอความคาดหวังนั้นพังทลาย เธอก็จะรู้สึกเฟลแบบไม่มีสาเหตุ อีกหนึ่งความคาดหวังและความความใฝ่ฝันที่เจ้าสาวมือใหม่แทบทุกคนวาดเอาไว้ก็คือ คุณจะต้องเป็นหัวหน้าครอบครัวที่มีหน้าที่ทำให้เราทั้งสองและลูกสาวลูกชายที่จะลืมตาขึ้นมาดูโลกในอนาคตนั้นมีความสุขแบบที่คู่รักอื่นๆต้องอิจฉา ซึ่งนั่นก็คือภาระของคุณ